กางเต็นท์นอนวังน้ำเขียว ค่ำ-เช้าดูดาว สายดูดอกไม้ เย็นย่ำดูกระทิง
วังน้ำเขียว… แหล่งโอโซนอันดับ 7 ของโลก สวิตเซอร์แลนด์แดนอีสาน ใครอยากอ้างสรรพคุณอย่างไรก็ตามใจ แต่สำหรับผมวังน้ำเขียวก็คือวังน้ำเขียว อำเภอแหล่งการเกษตรที่บังเอิญมีพื้นที่โอบล้อมด้วยภูเขาและป่าหลายด้าน ไม่ได้เลิศหรูปานสวรรค์ขนาดนั้นหรอก แต่ก็ไม่ใช่จะดิสเครดิตนะครับ เพราะในภาพรวมวังน้ำเขียวถือว่ามีของดี เป็นแหล่งพักผ่อนใกล้กรุง รถส่วนตัวเดินทางสบาย
ผมเที่ยววังน้ำเขียวแล้วหลายครั้งแต่ไม่ทั่วสักที เพราะที่นี่กว้างใหญ่ ที่เที่ยวหลากหลาย และพอดีช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ วาเลนไทน์ เขามีจัดงานประจำปี “เบญจมาศบานในม่านหมอก” เลยได้ใช้เป็นข้ออ้างกลับไปเที่ยววังน้ำเขียวสักหน่อย
จะเที่ยววังน้ำเขียวต้องทำความเข้าใจว่าที่นี่เป็นเหมือนเมืองอกแตก มีทางหลวงหมายเลข 304 (กบินทร์บุรี-ปักธงชัย-โคราช) ผ่ากลาง จุดเที่ยวแบ่งเป็นสองโซน ถ้ามาจากกบินทร์บุรี ฝั้งขวาจะเป็นโซนตำบลไทยสามัคคี มีไฮไลท์คือผาเก็บตะวัน อุทยานแห่งชาติทับลาน ส่วนฝั่งซ้ายเป็นโซนเขาแผงม้า ดังเรื่องดูกระทิง แหล่งรีสอร์ทสวยๆ ถนนสายเขาแผงม้า ทางหลวงชนบท นม.3052 สามารถเชื่อมต่อไปอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ด้วยนะ
ผมอยู่ตัวเมืองโคราช เดินทางสู่วังน้ำเขียวแค่ 80 กิโลเมตร พาคุณนายที่ลาหยุดงานซิ่งมอเตอร์ไซค์ไป ไม่ใช่บิ๊กไบค์หรอก เป็นฮอนด้าเวฟรุ่นลายครามอายุทศวรรษครึ่ง แต่ยังถึกทนพาเราสองคนตะลอนๆ ไปไหนมาไหน
พอเห็นภาพคร่าวๆ กันแล้วก็สตาร์ตรถเที่ยวดีกว่า
ทริปนี้ผมตั้งใจมาถึงวังน้ำเขียวใกล้เย็น เป็นเวลาพอดีกับที่จะขึ้นไปกางเต็นท์นอนบนผาเก็บตะวัน เขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ที่นี่เป็นจุดชมวิวชมพระอาทิตย์ตกชั้นดี ถนนเยี่ยมตลอดสาย จาก ทล.304 เลี้ยวมาทางบ้านไทยสามัคคีจนสุดทาง 13 กิโลเมตร
ลานกางเต็นท์กว้างขวางพอสมควรครับ เลือกทำเลตามสะดวก ปกติมีค่ากางเต็นท์คนละ 30 บาท แต่ช่วงที่ผมไปบัตรค่าธรรมเนียมยังไม่พร้อมเลยอนุโลมให้กางฟรี ใครไม่ได้เตรียมตัวมาเขามีเต็นท์และอุปกรณ์ต่างๆ ให้เช่า ส่วนร้านอาหารหนักท้องไม่มีนะครับ แต่ขับรถลงไปกินที่หมู่บ้านได้ไม่ไกล
เมื่อก่อนที่ผาเก็บตะวันมีปัญหาเรื่องห้องน้ำ เล็ก ค่อนข้างสกปรกและไม่เพียงพอ ตอนนี้แก้ไขแล้วด้วยการสร้างห้องน้ำใหม่อย่างดี สะอาดพอตัว แต่ยังใช้น้ำบาดาลและธรรมชาติ ช่วงคนน้อยไม่มีปัญหา ทว่าเทศกาลคนเยอะอาจไม่เพียงพอหรือขุ่นแดง สำหรับไฟฟ้าไม่มีที่ให้ชาร์ตแบตนะ สภาพพื้นที่โดยรวมบรรยากาศดี ติดนิดเดียวตรงมีเศษขยะจากนักท่องเที่ยวให้เกะกะตาอยู่บ้าง
ผมลงไปหาข้าวกินที่บ้านไทยสามัคคี ร้านตามสั่งริมทางมีพอประมาณ มีร้านของชำ โชว์ห่วย ให้ซื้อของกินของใช้จุกจิกด้วย
ช่วงที่ผมไปเป็นช่วงอากาศพ้นหนาว อุณหภูมิสูงขึ้น เย็นสบายแบบกำลังดี ฟ้าเปิดโล่ง บนหน้าผาเก็บภาพดาวสวยใช้ได้เลย ส่วนที่เห็นกลุ่มแสงแดงๆ นั่นคือไฟป่าครับ หน้าแล้งพบเห็นได้เป็นประจำ
ต่อมาเปลี่ยนไปผาชมตะวันบ้าง ที่นี่ไม่ได้มีแค่เก็บตะวันเท่านั้นนะเอ้อ ทางเข้าอยู่ที่ไทยสามัคคี ซอย 2 ทางเดียวกับ สตาร์เวลล์ การ์เด้น โฮม บ้านชมเดือน ภูไม้หนาว ถ้าย้อนมาจากผาเก็บตะวันจะอยู่ด้านซ้าย เลย อบต.ไทยสามัคคี สัก 6 กิโลเมตร เลี้ยวเข้าซอยมาแล้วให้ตรงตามทางเรื่อยๆ ถนนเป็นลูกรังแต่รถยนต์วิ่งได้ พอถึงสามแยกตัว T จะมีป้ายบอกให้เลี้ยวซ้าย 300 เมตร ไปผาชมตะวัน เลี้ยวขวาคือทางลัดออก ทล.304
ผาชมตะวันอาจเป็นแค่หน้าผาเล็กๆ แต่วิวสวยใช้ได้ เห็นหมอกได้ง่ายกว่าผาเก็บตะวัน มากหรือน้อยก็อยู่กับฤดูกาลนั่นแหละ
บอกเลยครับสเต็กที่นี่อร่อยมาก (อวย…) บรรยากาศร้านเลิศมาก (อวย…) บริการประทับใจมาก (อวย…) มาถึงวังน้ำเขียวถ้าไม่ได้มากินสเต็กที่นี่ก็เหมือนกับมาไม่ถึง (อวยอีกนั่นแหละ…) แถมเจ้าของร้านนอกจากหล่อสู้ผมไม่ได้แล้วยังขี้หลีอีกต่างหาก (ฮา…)
แซวขำๆ ครับ เอาเป็นว่าใครอยากกินสเต็กอร่อยๆ ลองมา นนทรี สเต็ก ฮัท ร้านอยู่ริมถนนทางขึ้นผาเก็บตะวันฝั่งขวามือ เลยจาก อบต.ไทยสามัคคี มาสัก 2 กิโลเมตร เปิดสิบเอ็ดโมงถึงหนึ่งทุ่ม ราคาสเต็กตั้งแต่ 150-250 บาท คุณภาพเหมาะสมกับราคาครับ เจ้าของอัธยาศัยดี ดีกรีเป็นถึงอดีตประธานนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียวล่ะ
ได้เวลาสมควรก็มาต่อที่งานเบญจมาศบานในม่านหมอก อบต.ไทยสามัคคี ปีนี้จัดเป็นครั้งที่ 14 มีงานช่วงวาเลนไทน์ ผมไปก่อนจะมีพิธีเปิดหนึ่งวันแต่ก็เที่ยวชมดอกไม้ได้แล้ว น่าเสียดายตรงบรรยากาศไม่สมชื่องานเพราะทะลึ่งมาตอนบ่ายแดดเปรี้ยงเลยเป็น เบญจมาศกลางเพลิงผลาญซะงั้น (ฮา…)
เอาเถอะ พอแดดจ้าดอกไม้ก็สีสวยจัดจ้าน มาได้ความรู้ใหม่ว่าที่วังน้ำเขียวปลูกดอกไม้ได้สวยเพราะกลางวันร้อนแดดดี กลางคืนอากาศเย็น อุณหภูมิต่างกันแบบนี้ทำให้ดอกไม้มีสีสันสดใส
ฟ้าสว่างก็กลับไปผาเก็บตะวัน กลุ่มควันจากไฟป่าลอยบางๆ ทำให้วิวไม่กระจ่างเท่าไหร่ แต่ไม่มีผลกับผมแล้วล่ะ เพราะคืนนี้จะเปลี่ยนนอนแถวเขาแผงม้าแทน พูดถึงโซนเขาแผงม้า มีที่เที่ยวยอดฮิตเหมือนหนึ่งสัญลักษณ์ของวังน้ำเขียวคือสวนดอกไม้ ฟลอร่า พาร์ค เปิดให้ชมช่วงพฤศจิกายน ถึงเมษายน พอฝนมาก็ปิดรอปรับปรุงพื้นที่ วนเวียนเป็นแบบนี้ทุกปี ตอนนี้ได้ข่าวมาว่าดอกไม้กำลังสวยเลยตั้งใจแวะไปสักหน่อย
ลงผาเก็บตะวันยิงยาวออก ทล.304 เลี้ยวซ้ายไปทางกบินทร์บุรี พอใกล้สุดเขตนครราชสีมา เข้าสู่ปราจีนบุรี จะพบสามแยกมีซอยเลี้ยวขวาไปเขาใหญ่ นั่นแหละคือเส้น นม.3052 ฟลอร่า พาร์ค ตรงเข้ามาประมาณ 8 กิโลเมตร
ดอกไม้สดใสตามท้องเรื่อง แต่บอกก่อนว่าค่าเข้าแพงอยู่สักหน่อย ผู้ใหญ่ วันธรรมดา 120 บาท วันหยุด 150 บาท ส่วนเด็ก 50 บาท พิจารณาสตางค์ในกระเป๋ากันเอานะว่าจะเข้าไปดีหรือเปล่า พร็อพกันแดดเตรียมให้พร้อมด้วย แดดวังน้ำเขียวโหดเหี้ยมเหลือหลาย
สำหรับการเดินทางไปจุดสกัดเขาสูง เพื่อไม่ให้รีวิวนี้ยืดยาวเกินจึงขอยกยอดให้ไปอ่านกันในรีวิวเที่ยวชมกระทิงแบบเต็มๆ (คลิก > http://wp.me/p7ca93-Me) ส่วนรีวิวนี้ผมขอบอกแค่คร่าวๆ ว่าอยู่ที่บ้านคลองทราย เลี้ยวเข้าไปทางคลองทรายฮิลล์ รีสอร์ท ถนนเป็นทางลูกรังค่อนข้างโอเครถเล็กสามารถขึ้นถึง ข้างบนมีลานกางเต็นท์และห้องน้ำอย่างดีให้ใช้งาน แต่ไม่มีร้านอาหารและอุปกรณ์กางเต็นท์ให้เช่า เตรียมไปให้ครบล่ะ
เขตฯ กั้นรั้วไฟฟ้าตลอดแนวแบ่งชัดระหว่างชุมชนกับป่า รั้วพวกนี้ทำไว้กันกระทิงไม่ให้ออกไปเที่ยวกินพืชผลเกษตรของชาวบ้าน เพราะหากไม่ทำแบบนี้ปัญหาระหว่างคนปลูกพืชกับสัตว์กินพืชก็แก้ไม่ตกเสียที
การเดินทางวันสุดท้าย ลงจากจุดสกัดเขาสูง ผมกับคุณนายตกลงใจไปเที่ยวสวนมัลเบอร์รี่ชื่อดังของวังน้ำเขียว ชื่อว่าสวนแม่หม่อน ตำบลวังหมี อยู่บนทางจากวังน้ำเขียวสู่เขาใหญ่ ไปตามถนน นม.3052 นี่แหละ
ระหว่างทางผ่านอ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง จุดนี้เป็นอ่างเก็บน้ำนะครับไม่ใช่สันเขื่อน เพราะเขื่อนลำพระเพลิงอยู่ที่ปักธงชัยโน่น น้ำจากเขื่อนจะไหลมาเก็บไว้ที่นี่อีกที ตอนนี้กำลังมีการก่อสร้างทางเดินทางปั่นจักรยานเลียบเขื่อนสร้างเสร็จคงฮิต น่าดู ตรงนี้มีจุดพักรถของทางหลวงชนบทจัดทำสวนหย่อมเล็กๆ
สุดท้ายของที่สุด ก่อนกลับแวะ A Cup of Love ฟาร์มแกะและร้านกาแฟยอดฮิตของวังน้ำเขียวสักหน่อย เพราะอยู่ริมถนนเป็นทางผ่าน วันเสาร์คนเลยเพียบที่จอดรถแน่นขนัด กะว่าจะลองชิมกาแฟเทียบกับเจ้าอื่นสักหน่อย พอเจอราคา เอสเปรสโซ่เย็น 90 บาท ม็อคค่าเย็น 80 บาท เลยยกธงขาวขอกลืนน้ำลายแทนดีกว่า (ฮา…)
ไหนๆ ก็มาแล้ว ค่าชมฟาร์มแกะและจุดถ่ายรูป 50 บาท ยอมควักจ่ายเข้าไปถ่ายรูปเล่นนิดหน่อยพอให้มีสต็อคภาพว่าที่นี่เป็นอย่างไร ใครชอบที่เที่ยวแนวนี้คงบอกว่าคุ้ม ส่วนสไตล์ผมก็ต้องบอกว่าถ้าไม่เข้าไปก็ไม่มีอะไรให้ต้องเสียดาย
เสร็จสรรพมองนาฬิกาบ่ายสามได้เวลากลับเมืองโคราช มาทางไหนก็กลับทางนั้นแหละ เป็นการปิดทริปวังน้ำเขียวรอบที่ต้องขอบอกว่ามีความสุขอย่างมาก
และถึงงวดนี้ผมจะได้เห็นอะไรเพิ่มเติมอีกหลายจุด แต่ก็ยังไม่ใช่ทั้งหมดของวังน้ำเขียว เพราะที่นี่ความจริงยังมีน้ำตกให้เที่ยวในช่วงหน้าฝน มีจุดเที่ยวแบบธรรมชาติน่าสนใจอีกเยอะ ซึ่งนั่นทำให้ผมคงต้องกลับมาซ้ำอีกหลายรอบ โดยเฉพาะเมื่อตอนนี้ผมรู้แล้วว่าสามารถหาสถานที่กางเต็นท์ดีๆ เดินทางไม่ลำบาก (ด้วยมอเตอร์ไซค์) ได้ที่ไหน…
----------------------------------------------------------------------------------
ใครอยากคุยกับผมเรื่อยเปื่อยเรื่องท่องเที่ยว สอบถามข้อมูล (ถ้าผมมีให้นะ) หรือชวนเที่ยว ยินดียิ่งนะครับ
www.facebook.com/alifeatraveller
หรือ
----------------------------------------------------------------------------------
และปิดท้ายกับคลิปวีดีโอความสวยงามและหลากหลายจากวังน้ำเขียวที่เก็บมาฝากก็แล้วกันครับ
↓
↓
↓
↓